เกร็ดชีวิตคนดัง

เกตุ ณ เวียงพิงค์ จากผู้รับเหมาก่อสร้างที่ชอบสะสมพระเครื่อง โดนพระเก๊สูญเงินเป็นล้าน!! จนทะยานขึ้นมาเป็นเซียนพระที่มีคนรู้จักทั่วประเทศ

%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b8-%e0%b8%93-%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89

ณัฐกิตติ์ วรเกตุ หรือ เกตุ ณ เวียงพิงค์ เซียนพระหนุ่มที่มีความถนัดในพระเครื่องหลวงพ่อเกษม เขมโก ที่หลายท่านต่างให้การยอมรับถึงความสามารถ ที่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้เรียกได้ว่าไม่ใช่โชคช่วย แต่เพราะความเจ็บใจที่เจอพระเก๊ ทำให้ศึกษาพระเครื่อง และหันเหชีวิตมาเดินบนเส้นทางสายพระเครื่องอย่างตั้งใจ

          ก่อนหน้านั้นผมทำอาชีพ สถาปนิกรับเหมาก่อสร้าง เพราะตัวผมเรียนจบมาด้านสถาปัตย์ฯ กอร์ปกับที่บ้านก็รับเหมาก่อสร้างมาก่อนแล้วจึงยึดอาชีพนี่เป็นหลัก แต่สาเหตุที่ทำให้หันมาสนใจพระเครื่องนั้นน่าจะเกิดจากการที่ผมเองเป็นคนที่ชื่นชอบในพระเครื่องเป็นทุนเดิม จังหวะตอนนั้นอาชีพการงานกำลังดีก็เริ่มมีเงิน ก็เลยเช่าหาพระเครื่องมาไว้ครอบครอง ซึ่งการเช่าหาพระเครื่องของผมในสมัยก่อนคือผมไม่มีความรู้แม้แต่นิดเดียว ผมก็เช่าตามที่เซียนเค้าบอกให้ซื้อ คนนั้นเอามาขายผมก็ซื้อๆ เก็บไว้ในเซฟโดยไม่ได้คิดอะไร

          ทีนี้การทำธุรกิจมันจะมีช่วงที่เงินขาดมือก็เลยไปเปิดตู้เซฟที่เราซื้อพระไว้ปีกว่า เพื่อจะเอาไปปล่อยให้บูชานำเงินมาหมุน ก็เอาไปปล่อยให้เซียนพระท่านหนึ่ง เซียนท่านนั้นก็คัดพระแล้วแยกออกมา 2 องค์ออกมาจากกอง แล้วบอก “น้องกองนี้เก๊นะ ส่วน 2 องค์นี้แท้”

          ตอนนั้นผมก็ยังไม่รู้ว่าเก๊-แท้เป็นยังไง เพราะผมไม่เป็นพระเลย พระที่ซื้อก็ซื้อเยอะมากโดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าพระเราเป็นยังไง ผมไม่ได้ศึกษาเลย ไม่รู้เรื่องเลย แล้ววันนั้นที่เซียนท่านนั้นคัดเนี่ยะ ไอ้ส่วนที่เก๊นี่คือกองใหญ่นะซื้อมาแพงๆ ทั้งนั้นเลย รวมๆ กันกองนั้นรู้สึกจะมูลค่ารวมๆ แล้วเป็นล้านเลย ทีนี้เราก็รู้แล้วว่าพระเก๊คือของไม่แท้ หรือของทำเหมือน ตอนนั้นบอกตรงๆ ผมรู้สึกเสียใจมาก และรู้สึกโมโหที่โดนพระเก๊เยอะขนาดนั้น เชื่อไหมครับด้วยความเสียใจ ผมยก 2 มือขึ้นพนมต่อหน้าไฟแล้วก็บอกว่า “กูจะเป็นเซียนพระให้ได้ กูจะไม่ให้ใครมาหลอกอีกต่อไป” คือมันเจ็บใจนะ และอีกคำสุดท้ายที่พูดคือ “กูจะให้คนรู้จักกูทั้งประเทศ”

          พอพูดจบเสร็จปุ๊บอารมณ์เริ่มเย็นลงทีนี้ก็นึกได้ว่า “เอ๊าแล้วกูจะเข้าวงการพระเครื่องยังไงวะ” เพราะตอนนั้นผมไม่รู้จักใครเลย อย่าว่าแต่รู้จักเซียนพระเลยครับ แม้แต่พระเครื่องผมก็ยังดูไม่เป็นเลย แล้วเหมือนจังหวะของผมพอดีที่ได้รู้จักกับเพื่อนคนหนึ่งชื่อ แป๊ก ลำปาง เค้าเล่นพระมาก่อน เขาเห็นผมสนใจที่จะศึกษาพระเครื่อง เขาก็ชวนให้ผมมาทำตู้พระอยู่ที่ร้านของเขาก่อนที่คำเที่ยง เชียงใหม่ แล้วก็ให้มาเฉพาะวันพฤหัส เพราะวันพฤหัสจะมีตลาดนัด ตอนนั้นผมยังรับเหมาก่อสร้างอยู่นะ ก็อาศัยมาตลาดพระในช่วงเช้าอยู่ถึงครึ่งวัน เพื่อมาศึกษามาดูพระแท้ หลังจากนั้นก็เริ่มรู้เรื่องพระเครื่องและซึบซับเข้าวงการพระ โดยมีเพื่อผม แป๊ก ลำปาง นี่แหล่ะเป็นคนชักนำ และเค้ายังตั้งฉายาให้ผมด้วยว่า “เกตุ ณ เวียงพิงค์”

          หลังจากพูดคุยถึงที่มาที่ไป ผู้สัมภาษณ์สะดุดใจว่า เกตุ ณ เวียงพิงค์ ไม่ได้เป็นนักเล่นพระมาก่อน แล้วมีวิธีศึกษาพระเครื่องจนเป็นเซียนพระที่มีคนรู้จักได้ยังไง กตุ ณ เวียงพิงค์ เล่าด้วยรอยยิ้มว่า วิธีศึกษาพระเครื่องของผมใช้วิธีซื้อพระแท้จากเซียนใหญ่ พระองค์ไหนที่เราชอบก็ซื้อเลย ซื้อแพงหน่อยแต่ให้เค้าสอนนะ โดยผมจะเลยว่า ผมเช่าพระคุณแล้วคุณต้องสอนผมให้เป็นด้วยนะ ผมจำได้ว่าเริ่มซื้อเหรียญแรกหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ แล้วก็เหรียญครูบาศรีวิชัย 2482 ซื้อแพงกว่าปกติ แต่ให้เค้าสอนให้จนเป็น ผมว่าวิธีนี้ดีเราได้ดูเหรียญแท้จริงๆ และเรายังได้ครู ได้วิชามาด้วย ถือว่าเราซื้อวิชา และส่วนใหญ่ถ้าซื้อจากเซียนเขาจะการันตีพระให้เรา ถ้าเก๊เขาก็รับผิดชอบ

          ส่วนพระเครื่องที่ถนัดหรือชำนาญนั้น เกตุ ณ เวียงพิงค์ กล่าวว่า พระเครื่องสายหลวงพ่อเกษม เขมโกครับ ผมเป็นคนลำปางเป็นไปไม่ได้ที่ผมจะไปถนัดสายอื่นครับ ผมศึกษาพระเครื่องหลวงพ่อเกษมก้ใช้วิธีตามที่บอกไปละครับ คือซื้อทุกรุ่นของหลวงพ่อเกษมมาศึกษา และให้เค้าสอนในยุคที่หลังจากโดนเก๊นั่นล่ะครับ ซื้อแท้จากเซียนแล้วให้เค้าสอน จนชำนาญ ปัจจุบันพระเครื่องของหลวงพ่อเกษมก็ผ่านมือผมมาโดยตลอด

          เมื่อพูดถึงว่ามาเป็นที่รู้จักทั่วประเทศได้ยังไง เกตุ ณ เวียงพิงค์ เปิดเผยว่า จริงๆ การเป็นเซียนพระเนี่ยะปุปปับไม่ได้ มันต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ซึ่งหลังจากที่ผมอยู่ตลาดพระคำเที่ยง เชียงใหม่ ทีนี้ผมก็เริ่มมีคนรู้จักขึ้นเรื่อยๆ จนได้รู้จักกับโจ๊ก ลำพูน สนิทสนมกันระยะหนึ่งเขาก็ชักชวนให้ร่วมหุ้นพระเมืองเหนือ ทีนี้ถือเป็นการเปิดกว้างขึ้นแล้วเพราะทำให้เป็นที่รู้จัก และมีโอกาสได้รู้จักผู้ใหญ่ในวงการพระเครื่องมากขึ้นเรื่อยๆ พี่ดมก็ให้โอกาสผม ให้เป็นรองประธานจัดงานประกวดของจังหวัดลำปาง จากนั้นก็ได้รับโอกาสจากโจ๊ก ลำพูนให้เป็นประธานจัดงานประกวดพระของพระเมืองเหนือ จากนั้นผมก็ช่วยสังคมมาตลอดอย่างที่ทุกๆ คนเห็นกันครับ ผมเชื่อว่าถ้าเราไม่รู้จักการให้ก่อนไม่มีใครมาให้เราหรอก และที่ผมยึดถือมาโดยตลอดคือ การให้ครับ ให้คนอื่นก่อน สัจจะวาจา ทุกอย่างเครดิตต้องสำคัญที่สุด ถ้ามีพวกนี้ผมว่าอยู่ในวงการได้นาน แล้วก็ข้อสุดท้าย อ่อนน้อมถ่อมตน ยิ่งโตยิ่งตัวเล็กลง ยิ่งโตห้ามตัวใหญ่ ข้อนี้พี่ๆ ในวงการเค้าน่าจะรู้จักนิสัยผมดีครับ

          เมื่อถามถึงที่มาของการจัดงานประกวดพระฯ เกตุ ณ เวียงพิงค์ เล่าย้อนให้ฟังว่า หลังจากที่ผมได้เข้าสู่วงการพระเครื่องเต็มตัวแล้ว ผมก็ได้เริ่มมาจัดงานในนามของ เกตุ ณ เวียงพิงค์ ครั้งแรก ในปี 58 ที่ลำปาง ครั้งนั้นจัดงานประกวดได้ยอด 4 ล้านกว่าบาทเยอะที่สุดในการจัดประกวดที่ลำปางมาช่งนั้นนะครับ ส่วน ครั้งที่ 2 ปี 60 ก็ได้ยอด 9 ล้านกว่าบาท และในครั้งที่ 3 นี้คือปี 62 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 9-10 พฤศจิกายน 2562 นี้ ผมจัดขึ้นตั้งใจว่าจะทำให้เต็มที่ไม่ได้กะว่าจะได้ยอดเท่าไหร่ ผมหวังแต่ว่าจะมีคนมาร่วมงานเยอะๆ และได้ทำตามวัตถุประสงค์ที่ทางเราวางไว้ว่า

          จะนำเงินจากการประกวดหลังหักค่าใช้จ่าย มอบทุนอาหารกลางวัน โรงเรียนการศึกษาคนตาบอด จังหวัดลำปาง สมทบทุนจัดซื้อเครื่องตรวจความดังท่อไอเสีย ให้กับตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง สมทบทุนสมาคมสว่างนครลำปางธรรมสถาน เพื่อใช้ในสาธารณะประโยชน์ต่างๆ ในการช่วยเหลือประชาชนในทุกๆ ด้าน ให้ทุนกาศึกษาให้เด็กด้อยโอกาส ในเขตเทศบาลเมืองลำปาง และนักศึกษาวิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดลำปาง แล้วก็สบทุนสร้างหอฉันท์ให้กับวัดทุ่งม่าน จังหวัดลำปาง

          ซึ่งวัดทุ่งม่านใต้นี้ที่ผมไปช่วยเพราะว่าผมมีความศรัทธา และก็ได้สร้างพระราหูรุ่น มหาโชค โภคทรัพย์ เนื้อโลหะ ที่จะนำมาเป็นรางวัลในงานประกวดครั้งนี้ด้วย โดยจะทำพิธีพุทธภิเษกที่วัดทุ่งม่านใต้ ในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ นั่งปรกอธิฐานจิตเดี่ยว โดย ครูบากฤษดา สุดมโธ วัดสันพระเจ้าแดง

          พระราหูรุ่น มหาโชค โภคทรัพย์นี้ ออกแบบมาจากกะลาครูบานันตา โดยร่วมสมัยกับยุคปัจจุบัน แต่ใช้ยันต์ของครูบานันตาทั้งหมด ซึ่งหลายคนจะทราบดีว่าครูบานันตาท่านเป็นอาจารย์ของหลวงพ่อน้อยอีกที เป็นต้นตำหรับของกะลา ซึ่งทางผมและทีมงานเราจัดสร้างขึ้นด้วยเจตนาที่ดี และจัดพิธีพุทธภิเษกใหญ่ด้วย เรียกได้ว่าถ้าคุณมางานประกวดนี้คุณจะได้รับวัตถุมงคลที่มีคุณค่าอย่างยิ่งครับ

          พระราหูรุ่น มหาโชค โภคทรัพย์ รุ่นนี้ นอกจากเป็นรางวัลงานประกวดพระแล้วผมเปิดจองด้วยนะครับ แล้วก็ได้รับผลตอบรับที่ดีมาก เพราะเปิดจองใน 2 ชั่วโมงส่วนที่เปิดจองยอดหมดเกลี้ยงเลย สำหรับใครที่จองไม่ทันก็สามารถมาส่งพระเข้าประกวด เพื่อจะรับพระราหุร่นนี้ไปครอง ซึ่งในส่วนของรางวัลนี่จะเป็นเนื้อพิเศษ และคนที่ซื้อบัตร 300 บาทปีนี้แจกเหรียญพระราหูเม็ดแตง โดยทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเป็นเจ้าของเหรียญทองคำด้วยถึง 2 เหรียญครับ และก็ยังมีเนื้อพิเศษ เช่น หน้ากากทอง ลงยา ใส้ทองคำ อีกหลายเหรียญเลย ทางผมและทีมงานเราจะซีนปิดแล้วให้ลุ้นดวงกันครับ สรุปก็คือซื้อบัตร 300 บาทได้แน่ๆ แล้วครับ 1 องค์ แต่จะเป็นเนื้ออะไรนั้นก็อยู่ที่ดวงของคุณเลยครับ ส่วนแผงพระปีนี้ก็มีแจกเครื่องใช้ไฟฟ้า และบัตรเงินสดนะครับ เราจะแจกไม่ต่ำกว่า 30-50 รางวัล

          ก่อนจากกันเมื่อถามว่าอยากจะแนะนำคนรุ่นใหม่ที่สนใจพระเครื่องว่าอย่างไร เกตุ ณ เวียงพิงค์ บอกว่า ตอนนี้คนหันมาสนใจพระเครื่องเยอะ แล้วสมัยนี้มีโลกโซเชียลเปิดกว้าง คุณสามารถศึกษาพระเครื่องได้จากมือถือคุณ มันจะมีตำหนิให้ดู อย่างน้อยก็เป็นไกด์ไลน์ให้เราไม่เล่นสะเปะสะปะจนไปเจอเก๊ จะได้ไม่โดนหลอก แล้วก็ถ้าอยากเป็นพระเร็วๆผมแนะนำว่าไปซื้อพระจากเซียนแบบผมก็ได้ สมมุติใครเป็นสายตรงหลวงปู่ทิมก็ไปหาเขาเลย ไปซื้อเขาแล้วเอาศึกษาแล้วอย่าลืมถามเขาด้วย และถ้าเป็นหลวงพ่อเกษมส่ง inbox มาหาผมใน facebook ณัฐกิตติ์ วรเกตุ ก็ได้ ผมยินดีตอบให้ทุกคน

          ถ้าใครที่สนใจจะศึกษาพระเครื่องหลวงพ่อเกษม เขมโก หรืออยากบูชาพระเครื่องต่างๆ ผมมีศูนย์พระเครื่องที่บิ๊กซีดอนจั่น ชั้น 2 ชื่อศูนย์พระเครื่อง ณ เวียงพิงค์ โทรนัดได้ที่ 081-035-2429 นอกนั้นที่บิ๊กซี ดอนจั่นก็ยังมีเซียนพระดังๆ ที่นี่เยอะครับ ไม่ว่าจะ อ.ป๊อก เชียงราย, เอส เชียงใหม่, เทพ f16 คนเชียงใหม่, ยศ เชียงราย ว่างๆ ก็แวะเวียนมาหาได้นะครับ

0 Comments

Reply your comment

Your email address will not be published. Required fields are marked*

WordPress Image Lightbox